Home ข่าวทั่วไป รู้ก่อนเดินทาง เทคนิคขับรถขึ้นลงเขาชัน เก็บเอาไว้ได้ใช้แน่นอน

รู้ก่อนเดินทาง เทคนิคขับรถขึ้นลงเขาชัน เก็บเอาไว้ได้ใช้แน่นอน

รู้ก่อนเดินทาง เทคนิคขับรถขึ้นลงเขาชัน เก็บเอาไว้ได้ใช้แน่นอน

รู้ก่อนเดินทาง เทคนิคขับรถขึ้นลงเขาชัน เก็บเอาไว้ได้ใช้แน่นอน

การขับรถให้ป ล อ ด ภั ยเป็นสิ่งแรกที่เราควรคิดถึง ทุกครั้งที่ก้าวขาขึ้นรถและนั่งอยู่หลังพวงมาลัย เราควรตระหนักเสมอว่า ความประมาทของเราอาจทำให้ตัวเราและผู้อื่นได้รับบ า ด เ จ็ บได้ เพราะการขับรถนั้นอาจเกิด อุ บั ติ เ ห ตุและเ ห ตุ สุดวิสัยได้ตลอดเวลา ยิ่งถ้าเราไม่ระวั ง ปร ะ ม า ท หรือไม่ใส่ใจเรื่องความป ล อ ด ภั ยในการใช้รถใช้ถนน ก็จะทำให้เกิดปัญหาใหญ่หรือเรื่องสูญเสียร้ า ย แ ร ง เกิดขึ้นกับเราและครอบครัว หรืออาจทำให้ผู้อื่น เ สี ย ชี วิ ต ได้ โดยใน บ ทค ว า มนี้จะขอกล่าวถึงการขับรถบนทางชัน ทั้งการขับขึ้นเขาและขับลงเขาอ ย่ า งไรให้ป ล อ ด ภั ยทั้งตัวเราและเพื่อนร่วมทาง

สิ่งที่ควรรู้ในการขับรถขึ้นเขา

1 การขับรถทางชันควรเลือกใช้เกียร์ที่เหมาะสม เช่น เกียร์ D2-D1 แล้วแต่ระดับความชันของเส้นทาง และเมื่อถนนกลับมาอยู่ในระนาบปกติก็ให้กลับมาใช้เกียร์ D

2 การเหยียบคันเร่งบนถนนที่มีความชัน ควรให้รอบเครื่องอยู่ที่ 2,000 – 3,500 และห้ามเกิน 4,500 อ ย่ างเด็ดขาด คอยควบคุมให้ความเร็วอยู่ในระดับที่เหมาะสมเสมอ

3 ความเร็วที่สามารถใช้ได้บนทางชันคือ 50-80 กิโลเมตร/ชม. ไม่ควรเร็วเกินนี้ หากมีรถตามหลัง ก็ให้ชะลอความเร็วแล้วชิดซ้าย เพื่อให้รถหลังแซงไปก่อน หากมีรถจ่อท้ายไม่ควรรีบขับหนี เพราะจะอาจทำให้เกิด อุ บั ติ เห ตุได้

4 เว้นระยะห่างจากรถคันหน้า 30-50 เมตรเสมอ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินที่ไม่อาจคาดเดาได้ เช่น การเบรคกระทันหันของรถคันหน้า หรือเครื่องยนต์ดับระหว่างทาง

5 หากเจอโค้งตัว S ต่อเนื่อง ให้กวาดสายตามองให้รอบทิศทาง สังเกตรถที่สวนมาอยู่เสมอ ใช้ความเร็วแต่พอดีแล้วขับตามทาง เรียบไปกับทางโค้งอ ย่ า งระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่  า งยิ่งในการใช้เส้นทางที่ไม่คุ้นเคย

6 หากเจอทางโค้งที่แคบหรือมีภูเขาบังสายตา ไม่ควรแซงรถคันหน้าโดยไม่จำเป็น หรือหากจำเป็นให้ทำการบีบแตรเพื่อส่งสัญญาณบอกให้รู้ว่าเรากำลังจะขึ้นแซง รวมทั้งสังเกตรถที่วิ่งมาในเลนตรงข้ามด้วย

วิธีการขับรถลงเขาให้ป ล อ ด ภั ย

1 การเบรครถในช่วงขับรถลงเขา ให้ใช้วิธีแตะเบรคเบาๆ เป็นระยะๆ เพื่อให้รถชะลอความเร็วลง ห้ามเหยียบเบรคจนสุดหรือเหยียบแรงๆ จะทำให้เกิดความร้อนและอาจทำให้ผ้าเบรคเสียหายได้ ซึ่งอาจทำให้ระบบเบรคมีปัญหาระหว่างใช้งานได้

2 อ ย่ าใส่เกียร์ N ขณะปล่อยให้รถไหลลงเขา เพราะจะทำให้ความเร็วรถสูงเกินจนควบคุมไม่อยู่ วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือให้เข้าเกียร์ D เอาไว้ (และไม่จำเป็นต้องเหยียบคันเร่ง) การเข้าเกียร์ D จะช่วยให้เราสามารถควบคุมรถได้หากเกิดกรณีฉุกเฉินขึ้น

3 หากเจอโค้งหักศอกพร้อมกับเป็นทางลาดลงเขา ให้ชะลอความเร็วด้วยการแตะเบรคเบาๆ ให้ความเร็วเหลือเพียง 40-50 กม./ชม. ซึ่งเป็นความเร็วที่เหมาะสมที่สุดในการขับรถลงเขา

4 ห้ามแซงรถคันหน้าในช่วงขับลงเขาโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะรถบรรทุกคันใหญ่ เพราะรถเหล่านี้เป็นรถที่มีอัตราเร่งที่สูงกว่า ซึ่งทำให้เร่งเครื่องได้เร็วมาก จนบางทีเราอาจกะระยะในการแซงไม่ได้อาจทำให้เกิดอุ บั ติเ ห ตุได้

การขับขี่รถนั้นไม่ว่าจะเป็นเส้นทางลาด ชั น ทางโค้ง ทางตรง หรือเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย เราก็ควรไม่ป ร ะ ม า ทและมีสติในการขับรถ พื้นที่ต่างกันก็มักมีวิธีและเทคนิคในการขับรถต่างกันด้วย ดังนั้นเราจึงควรเรียนรู้วิธีการขับรถอ ย่ า งไรให้ป ล อ ด ภั ย  ถูกกฎจ ร า จ รและหลักความปลอ ด ภั ยส า ก ล การมีสติจะช่วยทำให้เราปลอด ภั ยจากอุ บั ติ เ ห ตุ ได้เสมอ

เรียบเรียงโดย krustory

Load More Related Articles
Load More By Krustory-M
Load More In ข่าวทั่วไป

Check Also

ทอดปลายังไง ไม่ให้ติดกระทะ กรอบนาน แม่บ้านควรรู้

ทอดปลายังไง ไม่ให้ติดกระทะ กรอบนาน แม่บ้านควรรู้ บรรดาพ … …