Home ข่าวทั่วไป 5 เทคนิคขับรถลุยน้ำ น้ำท่วม ทำยังไงให้รถไม่ดับ เครื่องยนต์ไม่พัง

5 เทคนิคขับรถลุยน้ำ น้ำท่วม ทำยังไงให้รถไม่ดับ เครื่องยนต์ไม่พัง

5 เทคนิคขับรถลุยน้ำ น้ำท่วม ทำยังไงให้รถไม่ดับ เครื่องยนต์ไม่พัง

5 เทคนิคขับรถลุยน้ำ น้ำท่วม ทำยังไงให้รถไม่ดับ เครื่องยนต์ไม่พัง

เป็นข่าวที่หนักมากเลยในช่วงหน้าฝนแบบนี้ ยิ่งพายุเข้าด้วยแล้วยิ่งหนักเลย ฝนตกติดต่อกันเป็นอาทตย์ จึงทำให้เกิดน้ำท่วมขังอยู่ทั่วทุกที่ในประเทศ

ยิ่งเป็นกรุงเทพฯแล้วด้วยล่ะก็ เรียกได้ว่าการจราจรติดขัดมากบนถนนบางส่วน จะขับรถฝ่าน้ำไปก็ลำบาก เพราะน้ำขึ้นสูงมากอาจทำให้เครื่องยนต์ดับ

แต่ถ้าไม่ขับออกไปก็ไม่ได้ หรือเจอน้ำท่วมระหว่างทางอ ย่ า งสุดวิสัย ก็ต้องยอมที่จะขับฝ่าน้ำไป

แต่จะทำอ ย่ า งไรล่ะที่จะขับฝ่าไปแล้วเครื่องยนต์ไม่ดับ เรามี 5 เทคนิคดีดีมาฝากกัน แต่เราต้องดูสถานการณ์น้ำก่อนว่า

ทางที่เราจะขับรถฝ่าไปนั้น สามารถที่จะขับรถฝ่าไปได้จริงหรือเปล่า โดยดูจากขอบข้างฟุตบาทเป็นตัววัด บางคนอาจมองจากรถคันหน้าก็ไม่ใช่เรื่องผิดแต่อ ย่ า งใด

หากมองแล้วระดับน้ำสูงเกินไปก็อ ย่ า เสี่ยงที่จะขับฝ่าไปจะดีกว่า

5 เทคนิคขับรถลุยน้ำ

1 ปิดระบบแอร์ ปิดให้หมดทั้งระบบแอร์ แม้กระทั่งการเปิดพัดลมเพื่อระบายอากาศก็ไม่ควรทำ เพราะจะทำให้น้ำเข้ามาสู่ห้องเครื่องได้ มีความเสี่ยงที่พัดลมจะหักสูง และอาจช็อตได้ในที่สุด

2 ขับด้วยเกียร์ต่ำ เวลาที่เราต้องขับลุยน้ำท่วมนั้น ต้องขับด้วยเกียร์ต่ำ หากเป็นระบบเกียร์ออโต้ให้ใช้เกียร์ L แต่ถ้าเป็นเกียร์กระปุกก็ให้ใช้ที่เกียร์ 1 เพื่อไม่ให้รอบเครื่องยนต์ต่ำจนเกินไป เพราะจะทำให้น้ำย้อนเข้าท่อไอเสียได้

3 ขับรถไปอ ย่ า งช้าๆ เพราะถ้าหากเราขับรถเร็ว จะทำให้น้ำรอบนอกไหลเข้ามาในรถได้ ไม่จำเป็นต้องรีบขับเพื่อจะไปให้พ้นระดับน้ำสูงๆ เพราะรถต้องเลี้ยงระดับความเร็วไว้ให้คงที่ และขับไปเรื่อยๆโดยห้ามหยุด

4 เหยียบเบรกย้ำๆ พอขับจนพ้นถนที่มีระดับน้ำท่วมขังแล้ว ก็ให้เราเหยียบเบรกย้ำๆ เพื่อเป็นการรีดน้ำออกจากผ้าเบรกให้แห้ง เพราะหากไม่ทำก็จะทำให้เบรกลื่น และเบรกไม่ติดได้

5 อ ย่ า ดับเครื่องยนต์ในทันที เมื่อ ผ่ า นจุดที่น้ำท่วมมาจนถึงจุดหมายปลายทางแล้ว อ ย่ า ดับเครื่องยนต์ทันที ควรติดเครื่องยนต์เอาไว้อ ย่ า งนั้นสักพัก เพื่อเป็นการไล่น้ำจากท่อไอเสียให้หมดไปก่อน แล้วค่อยดับเครื่อง

เตรียมตัวขับรถในหน้าฝน

1 เช็คระบบต่างให้พร้อม ฤดูฝนจะมีวันที่ฝนตกอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ความชื้นในอากาศมีความชื้นสูงมากกว่าปกติ และถนนจะลื่นเป็นพิเศษ ดังนั้นเราต้องเตรียมความพร้อมของสมรรถนะเครื่องยนต์ องค์ประกอบอื่นๆให้พร้อมเสียก่อน เช่น ระบบไฟต่างๆ ระบบฉีด ระบบเบรก ที่ปัดน้ำฝน และสิ่งที่สำคัญที่สุดนั้นก็คือ ย า งรถยนต์ ต้องมีด อ ก ย า งที่มากพอจะเกาะถนน เช็คลม ย า งให้ดีพร้อมขับขี่

2 ไม่ควรขับรถเร็วเกินไป เพราะในสภาพที่ฝนตกจะทำให้ถนนเปียก และลื่น ทำให้ควบคุมรถได้ ย า ก อีกทั้งยังทำให้มองเห็นทางไม่ชัดเจน เนื่องจากฝนที่ตกลงมาบดบังวิสัยทัศน์ สมรรถภาพในการขับขี่จึงลดลง

3 ไม่เหยียบเบรกกระทันหัน ในระหว่างที่เดินทางบนถนนที่ลื่น และเปียกไปด้วยน้ำฝนนั้น เราต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะหากเราเหยียบเบรคกระทันหัน อาจทำให้รถเสียการทรงตัวปัดออกข้างถนนได้ เกิดจากการยึดเกาะของ ย า งกับถนนมีน้อยนั่นเอง

4 ฝนตกหนักให้จอดรถพัก ถึงแม้ว่ารถเราจะมีที่ปัดน้ำฝน แต่นั่นก็ไม่สามารถที่จะต้านน้ำฝนที่ตกลงมาแรงๆได้ อีกทั้งวิสัยทัศน์ในการขับขี่ก็จะแย่ลง สิ่งที่ควรทำก็คือ ควรหาที่ปลอด ภั ย เพื่อจอดรถก่อน รอให้ฝนซาลงแล้วค่อยขับไปต่อ

แม้ว่าการขับขี่ในขณะที่ฝนตกจนน้ำท่วม ก็ไม่ได้ทำให้การสัญจรน้อยลงแต่อ ย่ า งใด เพราะทุกคนต่างก็มีภาระหน้าที่ที่ต้องออกไปรับผิดชอบ

เราจึงควรศึกษาข้อมูลความปลอด ภั ย เมื่อขับขี่ใน ย า มสภาวะเช่นนี้จะดีกว่า แล้วนำไปปฏิบัติตามเพื่อการเดินทางอ ย่ า งปลอด ภั ย

ขอขอบคุณที่มา Postsod

Load More Related Articles
Load More By Krustory-Po
Load More In ข่าวทั่วไป

Check Also

น้ำต้มเม็ดมะรุม ดื่มวันละแก้ว จิบยามเช้าประโยชน์เยอะมาก

น้ำต้มเม็ดมะรุม ดื่มวันละแก้ว จิบ ย า มเช้าประโยชน์เยอะ … …