Home ข่าวทั่วไป ปุ่มรีโมทแอร์ ปรับให้ถูกต้อง แอร์เย็นฉ่ำและยังประหยัดไฟ น้อยคนนักจะรู้

ปุ่มรีโมทแอร์ ปรับให้ถูกต้อง แอร์เย็นฉ่ำและยังประหยัดไฟ น้อยคนนักจะรู้

ปุ่มรีโมทแอร์ ปรับให้ถูกต้อง แอร์เย็นฉ่ำและยังประหยัดไฟ น้อยคนนักจะรู้

ปุ่มรีโมทแอร์ ปรับให้ถูกต้อง แอร์เย็นฉ่ำและยังประหยัดไฟ น้อยคนนักจะรู้

แอร์บ้านนั้นเชื่อว่า หลายคนคงไม่แน่ใจว่าการตั้งค่าด้วยรีโมทแอร์นั้น มีความสำคัญอ ย่ า งไรกับการใช้แอร์ทุกวันนี้เพราะดูเหมือนว่าจะมีหลายระบบมากมาย เพราะน้อยคนจะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้อ ย่ า งถูกต้อง

มีหลายครั้งมากที่ต้องตามช่ า งแอร์มาเพราะแอร์ไม่เย็น โดยสาเห  ตุเ กิ ดจากการตั้งค่าด้วยรีโมทของเจ้าของเองที่ไม่รู้และไม่เข้าใจความหมายของแต่ละในรีโมทดังนั้น ในวันนี้เราได้นำเอาวิธีการใช้แอร์อ ย่ า งถูกต้องและเหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์

1 ควรเลือกแอร์เบอร์ 5 เท่านั้น

หากเน้นความประหยัดไฟให้เลือกแอร์ที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ซึ่งเป็นระดับที่ประหยัดไฟฟ้าได้สูงที่สุด โดยเป็นตราที่ทางก ร ะ ท ร ว งพ ลั ง ง า นจัดให้มีการติดเอาไว้บนฉลากเสมอ ไม่ว่าจะเป็นแอร์บ้านที่ติดผนัง หรือแอร์แบบฝังในเพดาน รวมทั้งแอร์เคลื่อนที่ด้วย

2 ตำแหน่งในการติดตั้งแอร์

ควรติดตั้งแอร์ในจุดที่ลมสามารถกระจายได้ทั่วถึงทั้งห้อง ไม่มีสิ่งกีดขวางกั้นแรงลมที่ออกมาจากแอร์ และหลีกเ ลี่ ย งการติดแอร์ที่ใกล้กับประตูหรือน้าต่าง

หรือพัดลมดูดอากาศเพราะจะทำให้สูญเสียความเย็นจากภายในห้องง่าย ทำให้ความร้อนไหลออกนอกห้อง

ทำให้เครื่องต้องทำการปรับอุณหภูมิอีกเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานและยังทำให้ค่าไฟฟ้าแพงขึ้นด้วย ไม่ควรติดแอร์ชิดผนังที่โดนแดดจัดตลอดวัน เพราะจะทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้น

3 ขนาดของห้องก็สำคัญ

การเลือกแอร์ต้องให้เหมาะสมกับขนาดของห้อง โดยเครื่องปรับอากาศจะใช้หน่วยวัดพลังเป็น บีทียูต่อชั่ วโมง หรือ BTU เช่น แอร์ขนาด 12,000 BTU ต่อ ชั่ วโมง จะหมายถึง แอร์เครื่องนี้สามารถดูดความร้อนได้ภายในหนึ่งชั่ วโมง ซึ่งขนาดของแอร์จะมีแตกต่างกัน ตั้งแต่ 9,000 BTU ถึง 80,000 BTU ซึ่งถือว่าเป็นค่าสูงสุด

4 การตั้งอุณหภูมิให้เหมาะสม

ส่วนมากเข้าใจกันว่าควรเปิดที่ 25-26 องศา แต่หากเราเปลี่ยนเป็นการเปิดแอร์ที่ 28-30 องศาแล้วใช้พัดลมเปิดช่วยให้ความเย็นกระจายความเย็นก็จะช่วยลดค่าไฟลงได้ และทำให้รู้สึกเย็นสบายได้ไม่ต่างกัน เพราะแอร์ไม่ต้องทำงานหนัก และหากเป็นช่วงกลางคืนก็ให้ปรับอุณหภูมิไว้ที่ 28 องศา เพราะจะช่วยปรับให้เข้ากับร่างกายของคนเราที่จะลดลงเวลานอนหลับได้

การใช้รีโมทแอร์อ ย่ า งถูกต้อง

ส่วนใหญ่แล้วรูปแบบของรีโมทแอร์นั้นมักจะเป็น Mode ที่คล้ายๆกัน ซึ่งจะแสดงถึงการทำงานของระบบเอาไว้ที่หน้าจอรีโมท เมื่อเรากดเลือกโหมดเอาไว้ แอร์ก็จะทำการเซฟโหมดนั้นๆเอาไว้ตลอดจนกว่าจะมีการเปลี่ยนโหมดการทำงาน

เคยมีกรณีหนึ่งซึ่งผู้ใช้ไม่เข้าใจการใช้รีโมทที่ถูกต้อง เมื่อแอร์ไม่เย็นเจ้าของบ้านจึงตามช่างให้มาเช็คปัญหาแอร์ไม่เย็น มีแต่ลมเป่าออกมาแต่ไม่มีความเย็น เมื่อช่างไปถึงจึงพบว่าเครื่องแอร์ถูกตั้งให้อยู่ในโหมด Fan หรือโหมดพัดลมเพียงอ ย่ า งเดียว ช่างจึงเปลี่ยนเป็นโหมด Cool ทำให้แอร์กลับมาเย็นได้ตามปกติ

โหมดการทำงานของแอร์

ส่วนมากเมนูของแอร์จะมีโหมดการทำงานอยู่ 4 โหมดด้วยกันคือ Auto, Cool, Fan, Dry และ Heat ซึ่งแต่ละโหมดก็ออกแบบมาเพื่อใช้งานแตกต่างกัน

โหมด Auto

เป็นระบบการทำงานอัตโนมัติ บางแบรนด์อาจใช้คำว่า I Feel แทน เมื่อเราเลือกใช้โหมดออโต้นี้ แอร์จะทำการตั้งอุณหภูมิและความเร็วของพัดลมแบบอัตโนมัติ และระบบจะทำการกำหนดอุณหภูมิและความเร็วของพัดลมเอง โดยจะทำงานตามเซ็นเซอร์ที่ใช้ตรวจวัดอุณหภูมิในห้องแล้วทำการปรับให้อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสมเสมอ

โหมดการทำงาน Cool หรือ Dry อาจมีการสลับกัน เช่นเมื่อเราตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 24 องศา และเมื่อระบบตรวจพบว่าอุณหภูมิในห้องสูงเกิน 25 องศา แอร์จะเลือกทำงานในระบบ Cool เพื่อเร่งสร้างความเย็นให้กับห้อง และจะสลับไปใช้งานในระบบ Dry เมื่ออุณหภูมิลดลงมาต่ำกว่าค่าที่เราตั้งเอาไว้ โดยการทำงานในโหมด Auto นี้จะมีกลไกที่เป็นอัตโนมัติ

โหมด Cool

เป็นโหมดทำความเย็นและเป็นโหมดที่เราใช้กันมากที่สุด โดยเมื่อเราเลือกการทำงานในโหมดนี้ แอร์จะเข้าสู่รูปแบบการทำงานที่ให้ความเย็นและปรับอุณหภูมิห้องให้เย็นอยู่ตลอด ซึ่งเราสามารถตั้งค่าอุณหภูมิได้ตามต้องการและยังปรับระดับความแรงของพัดลมได้ด้วย

เครื่องปรับอากาศที่จำหน่ายกันในประเ ท ศ ที่มีอากาศหนาวย าวนานมากกว่าฤดูร้อน โหมดคูลจะจำเป็นแค่ในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น แต่บ้านเราจะใช้โหมดนี้กันอยู่ตลอดเพราะเป็นเมืองร้อน

โหมด Dry

เป็นโหมดลดความชื้น ซึ่งมีสัญลักษณ์แทนเป็นรูปหยดน้ำ เมื่อตั้งค่าในโหมด Dry เครื่องปรับอากาศจะทำหน้าที่เป็นเครื่องลดความชื้นในอากาศ ซึ่งเราจะไม่สามารถตั้งหรือปรับอุณหภูมิได้ ซึ่งการลดความชื้นในอากาศของระบบนี้จะใช้การควบแน่นของความชื้นในอากาศที่เกิดขึ้นบนแผงทำความเย็น

โดยหลักการทำงานของแอร์นั้นพื้นฐานคือใช้ส ารทำความเย็นในระบบ ถูกปล่อยให้ไหลไปตามท่อเพื่อให้เป็นตัวกลางในการถ่ายเทความร้อน ซึ่งจะทำให้แผงที่ชุดคอยล์เย็นมีอุณหภูมิต่ำ จนความชื้นพากันควบแน่นและกลั่นตัวออกมาเป็นหยดน้ำ ไหลออกทางท่อแอร์

เมื่อเราตั้งค่าในโหมดลดความชื้น แม้คอมเพรสเซอรืด้านนอกจะทำงานอยู่ แต่พัดลมที่อยู่ในชุดคอยล์เย็นก็จะมีการทำงานแบบสลับหยุดเป็นช่วงๆเพื่อดึงความชื้นในอากาศออกมาให้ได้มากที่สุด ซึ่งหากเราไม่ได้จำเป็นที่จะทำให้ห้องอยู่ในสภาพควบคุมความชื้นเฉพาะ โหมดนี้ก็มักไม่ค่อยใช้กับบ้านทั่วไปเท่าใดนัก

โหมด Fan

เป็นโหมดพัดลม เมื่อตั้งโหมดนี้ระบบจะตัดการทำงานในส่วนของชุดคอนเดนซิ่งยูนิตซึ่งอยู่ด้านนอกออก ใช้เพียงชุดแฟนคอยล์ หรือ คอยล์เย็น ซึ่งผู้ใช้งานสามารถปรับความแรงของพัดลมได้ แต่ไม่สามารถกำหนดอุณหภูมิได้ โดยลมที่ออกมานั้นจะอยู่ในระดับอุณหภูมิห้อง จะไม่ใช่ลมที่มีความเย็น เพราะการทำความเย็นโดยชุดคอนเดนซิ่ง ยู นิ ต ถูกตัดออกไปแล้วเมื่อตอนที่เราตั้งค่าในโหมด Fan ทำให้คอมเพรสเซอร์ไม่ทำงานและไม่มีน้ำย าแอร์ไหลออกมายังชุดคอยล์เย็น

ทั้งนี้การใช้โหมด Fan จะเป็นโหมดการทำงานที่เราไม่ค่อยได้ใช้บ่อยนัก แต่ก็มีประโยชน์มากเพราะสามารถใช้เมื่อเกิดปัญหาแ อ ร์ มีกลิ่นอับ โดยให้เราทำการเปิดโหมดพัดลมนี้ในช่วงก่อนจะปิดแอร์ทุกครั้ง ให้เราเปิดการทำงานในโหมด Fan ต่อไปประมาณ 15 นาที จากนั้นจึงปิดเครื่อง ลมจะช่วยเป่าแผงคอยล์เย็นด้านใน ช่วยให้ไม่มีความชื้นหลงเหลือหรือสะสมจนเกิดกลิ่นอับ

โหมด Heat

เป็นโหมดการทำความร้อน ซึ่งบางยี่ห้อจะใช้สัญลักษณ์ภาพพ ร ะ อาทิตย์แทน โดยในโหมดนี้เป็นโหมดใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในแอร์บางรุ่นที่เข้ามาขายในไ ท ย การทำงานในโหมดนี้จะเป็นการเพิ่มอุณหภูมิให้กับห้อง ซึ่งเทคโนโลยีการทำความร้อนที่เรียกว่า Heat Pump

หลักการทำงานจะตรงข้ามกับแผงคอยล์ความเย็น โดยจะใช้แ ผ ง ค อ ย ล์ ค วามร้อนเป่าลมร้อนออกมา ซึ่งมักใช้กันในประเทศที่มีอากาศหนาว ใช้เพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับห้อง แม้จะมีประโยชน์มากกับป ร ะ เ ท ศ ที่มีอากาศหนาว แต่สำหรับปร ะเท ศ ร้อนอ ย่ า งเรานั้น หากต้องการใช้ระบบนี้ ก็มักจะมีแต่ในรุ่นที่ร า ค า แ พ ง ทำให้ไม่ได้รับความนิยมเท่าใดนัก

เรื่องราวของการใช้แอร์อ ย่ า งถูกต้องจะช่วยประหยัดไฟและช่วยทำให้ยื ด อ า ยุเครื่องปรับอากาศของเราได้ โดยเฉพาะการเข้าใจการทำงานของแต่ละโหมด ก็จะช่วยให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากแอร์ได้อ ย่ า งเต็มที่และปรับให้เข้ากับสภาพอากาศที่มักเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด

เรียบเรียงโดย krustory

Load More Related Articles
Load More By Krustory-M
Load More In ข่าวทั่วไป

Check Also

5 สิ่งไม่ควรทำ สำหรับคนที่ขับรถเกียร์ออโต้

5 สิ่งไม่ควรทำ สำหรับคนที่ขับรถเกียร์ออโต้ มีหลายคนที่น … …